บันทึกเช้านี้ 28 ม.ค. 65 ความวุ่นวายใจ – Shambhavi Mahamudra Kriya – ความตาย – ท่าน ติช นัท ฮันห์ – นี่ไม่ใช่ของเรา

#บันทึกยามเช้า 28 ม.ค. 2565

ความวุ่นวายใจ – Shambhavi Mahamudra Kriya – ความตาย – ท่าน ติช นัท ฮันห์ – นี่ไม่ใช่ของเรา

เช้านี้บีมตัดสินใจทำ Shambhavi Mahamudra Kriya เสียทีหลังจากที่รู้สึกว่าเมื่อวานนี้ไม่เป็นสุขเอาเสียเลย รู้สึกแปลก ๆ เมื่อวานทั้งวัน และพอดีที่บ้านก็ไม่ค่อยสะดวกในการทำถ้าไม่ใช่ช่วงเช้า ที่จริงแล้ว เมื่อวานนี้บีมตื่นตี 4 สามารถทำได้ แต่มีเหตุให้ทำไม่ได้ สภาวะไม่ปกติเลยลากยาวถึงค่ำเลยทีเดียว

ตอนอยู่ที่บ้านช่วงกลางวัน จะไม่ค่อยสะดวกในการทำแล้ว เลยต้องออกไปปรับพลังงานที่ร้านหนังสือ คือ ในใจชัดเจนมากว่า เธอต้องไปร้านหนังสือ B2S ที่เซ็นทรัลเชียงราย (ห้องสมุดกับร้านหนังสือเป็นอีกสถานที่ที่บีมจะสามารถปรับพลังงานให้สมดุลได้ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ไปแล้วรู้สึกดีขึ้นทุกครั้ง) คงอาจจะเพราะบีมต้องไปหาหนังสือบางเล่ม เพราะทุกครั้งเวลาที่ชีวิตเริ่มถามหา how to บางอย่าง จะมีแรงผลักให้บีมต้องไปร้านหนังสือเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เลยกลายเป็นว่า เมื่อวานไม่ได้ทำ Shambhavi Kriya เลย 

ซึ่งจริง ๆ แล้ว การฝึกปฏิบัตินี้ ควรต้องทำทุกวันเหมือนการอาบน้ำ เพราะ เป็นการล้างการยึดเกาะของ “ตัวกู” ออก ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะมีวิธีในการจัดการกับพลังงานและจิตใจที่แตกต่างกันไปตามความศรัทธาและความพึงพอใจในผลของการปฏิบัติ 

แต่บีมพบว่า วิธีนี้ช่วยบีมได้มากที่สุด หลังจากที่ได้เรียนจบจากคอร์สออนไลน์โดยท่าน Sadhguru และ ครูผู้สอนของศูนย์โยคะอีชา บีมก็ฝึกเช้าเย็น 40 วันต่อด้วยตัวเองตามที่หลักสูตรแนะนำ ซึ่งได้ผลดีมาก 

แต่พอครบ 40 วันแล้ว บีมทดลองดูว่าถ้าไม่ทำทุกวันจะเป็นอย่างไร … ลองดูว่าถ้าเราทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหรือทำแค่เมื่อรู้สึกว่าข้างในวุ่นวายจะเป็นยังไง ผลลัพธ์เท่าที่สังเกตได้คือ เหมือนภายในไม่ได้อาบน้ำเลยจริง ๆ มันสกปรก มันขุ่นเคือง มันเห็นอะไรไม่ค่อยชัด ตัดสินใจไม่ค่อยดี พลังหดหาย พลังไม่ดี ฯลฯ

ตอนนี้เลยรู้แล้วว่า … การฝึกฝนลักษณะนี้ หรือ ที่ใครหลายคนอาจจะใช้วิธีนั่งสมาธิ สวดมนต์ ปฏิบัติในแบบของตัวคุณเอง เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำทุกเช้า หรืออย่างน้อยต้องวันละครั้ง เช้าไม่ได้ก็ต้องทำก่อนนอน เพราะ มันคือการ “ฟื้นฟูพลังชีวิต” และคือการดีท็อกซ์ภายในของเรานี่แหละค่ะ ซึ่งเป็นส่วนที่เป็น “พื้นฐาน”​ ของชีวิตเราเลย ถ้าตรงนี้เสียหาย ไม่สมดุล ผุพัง ชีวิตของเราจะมีความสุขจริง ๆ ไม่ได้เลยแม้ว่าภายนอกจะดูประสบความสำเร็จแค่ไหนก็ตาม

พิษที่ใหญ่ที่สุดและรุนแรงที่สุด คือ พิษตัวกู… เพราะ เมื่อไหร่ที่เรา “ยึด” ว่าร่างกายนี้ ความทรงจำนี้ จินตนาการนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น “ของกู” คือ ทุกข์มาทันที ทุกปัญหาจะเป็นปัญหา “ของกู” ทันที หนักทันทีเลยจริง ๆ 

แต่พอเราได้ “แยก” กูออกไปจากธรรมชาติของเราจริง ๆ ที่ไม่เป็นอะไรเลย แต่เป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่ง  มันจะ”เบาทันที”… ในทุกวัน “เราต้องแยกมันออกไปให้ได้” จะวิธีไหนก็ได้ที่ทำได้ที่ไม่ใช่ทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายภายหลัง เช่น การใช้แอลกอฮอล์ ตัวกูอาจจะออกไปชั่วคราวแต่หลังจากนั้นมันจะกลับมาหนักกว่าเดิม เป็นต้น ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด เห็นผลดีที่สุด ก็คือ ทำสมาธิ ภาวนา และฝึกโยคะ ก็มีหลายวิธีให้เลือกค่ะ 

เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจที่ท่านพุทธทาสสอนเรื่องนี้ มันเหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจจริง ๆ เพราะเรื่องเหล่านี้ มันไม่ได้เข้าใจกันด้วย “สมอง” หรือ “ตรรกะ” แต่มันต้อง “ปฏิบัติจริงและมีประสบการณ์ด้วยตัวเองเท่านั้น” ที่พระพุทธองค์ท่านตรัสว่า “เป็นเรื่องที่รู้เฉพาะตน” ซึ่งจะสามารถบอกเล่าประสบการณ์ได้ แต่ไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจได้เลย เขาต้องรู้ได้ด้วยตัวเขาเองจากประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติเท่านั้น

พอใจพลังภายในสงบและสมดุลแล้ว แยก “กู” ไปเรียบร้อยในระหว่างทางของการฝึก session นี้ สิ่งที่ผุดขึ้นมาคือ การตาย ทั้งของท่าน ติช นัท ฮันห์ และของคุณพ่อของบีม (คุณพ่อเสียเมื่อต้นปีที่แล้ว) และเห็นการแก่และการตายของกายบีมเอง ซึ่งเมื่อก่อนจะกลัวมากที่จะต้องเห็น “บีม” หายไปจากโลก ยิ่งตอนนี้ สัญญาณความเสื่อมเริ่มมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นผมหงอกที่มีมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานและตัดสินใจที่ลดลง พลังชีวิตที่ไม่แรงเหมือนก่อน มันก็ทำให้บีมได้กลับมาพิจารณาความจริงของชีวิตมากขึ้นและหาวิธีปรับสมดุลเพื่อให้เรามีพลังและความสมดุลกลับมา ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธความเสื่อมและความแก่ มันต้องเกิดเป็นธรรมดา แต่บีมตั้งใจว่าจะต้องมีพลังชีวิต มีสติปัญญา มีความสงบภายใน พึ่งตัวเองได้ทั้งภายนอกและภายใน แก่อย่างสง่างามและตายดี นั่นคือความตั้งใจค่ะ  

ซึ่งผลของการฝึกฝนปลุกปล้ำกับพญามารภายในตลอดชีวิตที่ผ่านมา ที่พีคสุดคือการตายของคุณพ่อนี่ล่ะค่ะ เพราะท่านไปแบบเสี้ยววินาทีและไม่ได้ร่ำลากันเลย ทั้งที่เราอยู่ในบ้านเดียวกันเลย ก็ช่วยท่านไม่ทัน… บีมเสียใจมากเพราะรู้สึกว่ายังมีหลายอย่างที่ยังรู้สึกว่าค้างคา ยังไม่ได้ทำให้ท่าน ยังมีจุดที่ท่านเป็นห่วงเราอยู่มาก เป็นความทุกข์ที่หลอกหลอนอยู่นานมาก ซึ่งนอกเหนือไปจากคำสอนและวิธีปฏิบัติของท่านสัธกูรูที่บีมได้ใช้เพื่อเยียวยาตัวเองให้มีพลังกลับมาทำงาน บีมยังได้ดูคลิปของท่านติช นัท ฮันห์ ด้วย เพราะเป็นแนวทางที่ตรงและเรียบง่ายเหมือนกับของท่านสัธกูรู ซึ่งตอนนั้นก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ทำใจยังไม่ได้จริง ๆ 

เมื่อท่านละสังขารเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมานี้ “การตาย” ของท่าน ทำให้บีมระลึกถึงการตายของคุณพ่อ แม่ชีศันสนีย์ และของตัวเองอีกครั้ง และรวมไปถึงทุกคนที่บีมรักด้วย และได้พบบทความที่เป็นคำสอนของท่านหัวข้อ “ก้อนเมฆไม่เคยตาย” กล่าวถึง “ไม่มีการเกิดและการตาย มีแต่การเปลี่ยนรูป” บทความขนาดกลางค่ะ ดีมาก อยากให้ทุกคนไปอ่านกันที่นี่ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=4972884539440283&id=164494073612711 

บีมเคยได้เคยเห็น ได้อ่าน ได้ฟังเรื่องนี้มาก่อนอยู่เหมือนกัน แต่ตอนน้ันบีมยังไม่เข้าใจมากเท่าไหร่ พอมาเจอกับตัวคือการจากไปของคนที่เราใกล้ชิดและรักมาก และพอผ่านจุดที่ไม่เข้าใจและยอมรับไม่ได้มาแล้ว จนกระทั่งถึงเช้านี้…บีมก็เข้าใจมาก ๆ และอยากมาเขียนแบ่งปันทุกคนนี่ล่ะค่ะ โดยไม่มีเจตนามาสอน แค่อยากแบ่งปันการเดินทางภายในของบีมเท่านั้นเอง อย่างน้อย ในวันหนึ่งตัวเองก็จะได้มาอ่านย้อนหลังด้วย ซึ่งปกติบีมจะเขียนลงสมุด แต่เขียนแล้วก็ได้อ่านคนเดียว เอามาแบ่งปันกันที่ในเพจดีกว่านะคะ

สุดท้ายแล้ว … บีมก็ยิ้มออกด้วยความเบิกบานภายในแล้วล่ะค่ะสำหรับการรีเซ็ตตัวเองในเช้าวันนี้ ที่ “แยกกู” ออกไปได้แล้ว แต่มันสามารถกลับมาได้ตลอดระหว่างวันที่เราใช้ชีวิตนะคะ ขอให้มีสติรู้และเอามันออกให้เร็วก็จะปลอดภัย และได้มองเห็นธรรมชาติแท้จริงของบีม ของพวกเรา ของสรรพสิ่ง ของทุกสิ่ง ของทั้งหมด … และเห็นถึงสภาวะไม่เกิด-ไม่ตาย และการเปลี่ยนรูปตามคำสอนของศาสดาและกูรูทุกท่านเลยค่ะ

ท้ายที่สุดก็เห็นว่า…

“กายนี้” ไม่ใช่ของบีม เป็นผลจาก “อาหารที่กิน”

ใจนี้ ไม่ใช่ของบีม เป็นเพียงแค่ “ส่วนหนึ่งของรูปแบบฟอร์มมนุษย์” ที่มีวิวัฒนาการสูงสุดด้านความจำและความคิด ที่เราใช้เพื่อเป็นทางออกให้กับทุกข์ได้ตลอดไปและยังเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์อะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ (แต่เราดันเอามาใช้ผิดวิธีหรือใช้ไม่เป็น เลยเป็นทุกข์และชีวิตไม่เป็นอย่างที่ต้องการนี่แหละ)

ไม่มีอะไรที่เป็น “บีม” เลย … เป็นของยืมจากธรรมชาติทั้งหมด 

ไม่มี “ปัญหาของกู” มีแค่ “ทำอะไรมาอย่างไร ก็ได้ผลแบบนั้นแหละ” ทุกอย่างก็ต้องเป็นแบบนี้ อย่างที่มันเป็นอยู่ เป็นผลจากการกระทำของทำทั้งหมดแหละ ยอมรับไปทั้งหมดนั่นแหละ แล้วเริ่มทำใหม่ได้ทุกขณะ…

ขอเพียงให้เห็นชัด ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องการผลอะไร ต้องทำอะไร ขอแค่นี้…

ทุกวันนี้จึงอธิษฐานเพียงแค่ … ขอให้ว่าง อย่าให้มี “กู” ขอให้เห็นทุกสิ่งชัดตามจริง ขอให้รู้ว่าต้องการอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง ในแต่ละขณะของการหายใจ เพื่อจะได้มีชีวิตที่ต้องการจริง ๆ และจะได้ตายดีในวันที่ต้องไป

สุดท้ายนี้…บีมขอน้อมใจน้อมกายขอบพระคุณในทุกสิ่งที่ได้สอนเกี่ยวกับชีวิตให้กับบีมจนถึงวันนี้…ที่ได้สัมผัสกับนิพพานเบา ๆ ในชาตินี้ได้แล้วนะคะ ฝึกต่อไปค่ะ…เพื่อจะได้เป็นอิสระภายในจริง ๆ 100% เสียที 🙂 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย…ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

#BeamWrite 

– อ่านบทความย้อนหลังได้โดยสะดวกที่ https://beamwrite.wordpress.com

– คำสอนของท่านสัธกูรู มีภาษาไทยแล้ว สามารถติดตามได้ที่เพจ Sadhguru Thai สัธกูรู https://www.facebook.com/SadhguruThai นะคะ 

ข้อมูลเพิ่มเติมและอ้างอิง

A Cloud Never Dies | by Thich Nhat Hanh

What is Unique About Shambhavi Mahamudra?

https://isha.sadhguru.org/in/en/wisdom/article/what-is-shambhavi-mahamudra

Effects of Shambhavi Mahamudra Kriya, a Multicomponent Breath-Based Yogic Practice (Pranayama), on Perceived Stress and General Well-Being

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5871312/

#ติชนัทฮันห์ #ชีวิต #ความตาย #ข้อคิดชีวิต #เดินทางภายใน #ไดอารี่ของบีม #Sadhguru #สัธกูรู #ShambhaviMahamudraKriya

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.